Thursday, April 16, 2015

Focaccia alle salsiccia e funghi - ขนมปังฟอคคาเชียกับพิซซ่าหน้าโปรด

วันนี้แก้มทำพิซซ่าเป็นอาหารมื้อกลางวันค่ะ

เตรียมการตั้งแต่เมื่อวานนี้เลย 

ไปเห็นเห็ด pioppini เข้า แล้วทำให้นึกถึงหน้าพิซซ่าขึ้นมา

พอดีมีร้านบาร์พิซซ่าร้านนึง ทำพิซซ่าหน้านี้ขายค่ะ

แก้มก็ชอบมาก ก็เลยจะลองทำดูบ้าง

แต่ทำแบบขนมปังฟอคคาเชียสไตล์ ก็คือตัวแป้งจะหนานุ่มนิดนึงค่ะ


 
 อุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้นั่นคือ หินอบพิซซ่าค่ะ

มันส่งผลและให้ความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเจนเลยนะคะ

ข้อหนึ่ง ชีสมอสซาเรลล่าที่แก้มใช้นั้นเป็นแบบแช่น้ำ ถ้าเป็นสมัยก่อนตอนแก้ม

หัดทำใหม่ๆ ยังไม่มีหินอบ สิ่งที่แก้มทำ คือหั่นชีสเป็นชิ้นๆ แล้วนำไปวางบนถาด

หรือตะแกรงก่อนใช้งานจริง 1 ชม.ระหว่างนี้ก็หมั่นใช้กระดาษซับน้ำที่ซึมออกมาด้วย

อันนี้เพื่อเลี่ยงปัญหาตอนอบสำหรับน้ำเจิ่งนองบนหน้าพิซซ่า / แต่มันช่วยได้แค่เล็กน้อย

เท่านั้นเอง ปัญหาคือเตาของเราร้อนไม่พออ่ะค่ะ เตาที่บ้านร้อนจริงๆ ได้เพียง 250-280 °C

เท่านั้นเอง

แต่ตามร้านที่เค้าทำขาย เค้าจะไม่เจอปัญหานี้ค่ะ ที่อบพิซซ่าออกมาแล้วน้ำเจิ่งนอง

แก้มจำได้ว่าตอนนั้นไปกินพิซซ่าร้านไหน จะเข้าไปสังเกตสังกาใกล้ๆ ตรงมุมที่เขาทำพิซซ่า

ว่าพิซซ่าที่เขาทำ ไอ้ชีสเค้านี่มันแช่น้ำเหมือนเรามั้ยนะ บางร้านแค่ฝานๆ ชีส วางใส่

บางร้านหั่นซอยๆ แก้มก็ลองเหมือนเค้านะ 5555

แต่ยังคงจบลงที่เจิ่งนองบ่อยๆ และรสชาติมัน.....ก็ดี แต่ไม่ประทับใจ

หลายปีก่อนที่ยังไม่ได้ซื้อหินมาอบขนมปังและพิซซ่าแก้มใช้วิธีเอาถาดใส่เตาไว้รอให้

ถาดร้อน ค่อยยกพิซซ่าใส่ถาดร้อนๆ แล้วเข้าไปอบ

ก็พอช่วยได้บ้างแต่ยังไม่ 100%

เคยไปยืนคุยกับคนทำพิซซ่า เขาว่าเตาที่เค้าใช้อบร้อนถึง 400 องศาเชียวล่ะ

นั่นทำให้พิซซ่าที่เค้าโยนใส่เตา ประมาณเพียง 5 นาทีแค่นั้นก็สุก พร้อมเสริ์ฟแล้วล่ะ

เป็นระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้นเอง ชีสละลายกำลังดีน่าทาน

ไม่ไหม้จนเกินไปแล้วปัญหาน้ำท่วมพิซซ่าก็ไม่เกิดขึ้นนะคะ

ถ้าอบเตาความร้อนบ้านๆ ธรรมดา เวลาที่หน้าพิซซ่าสวยกำลังดี กำลังน่ากินเหมือนที่ร้าน

แต่เราจำต้องอบต่อไปค่ะ เพราะตรงก้นด้านล่างเค้าไม่สุก

ปกติอบแบบใส่ถาดธรรมดา ก็กินเวลาไป 20-25 นาทีเชียวค่ะ

ถ้าจะให้ก้นสุก ๆ สีเหลืองทองหน่อย

หน้าพิซซ่าก็เข้มมากเลยคำว่าน่ารับประทานไปเสียแล้ว

แต่ถ้าให้หน้าสวยน่าทาน ก้นก็ยังขาวๆ และยังไม่สุกดี

 
ทำให้ในที่สุดแก้มหาซื้อหินอบพิซซ่าจนได้ 

ตอนนี้ที่อิตาลีหาซื้อไม่ยากเหมือน 5-6 ปีก่อนแล้ว

ตอนนั้นไม่มีขายค่ะ เห็นมีขายในอเมริกา แต่การส่งหินหนักๆ มาอิตาลี

ค่าส่งโหดร้ายมาก ในที่สุดก็เจอร้านๆ หนึ่งในเยอรมัน

สั่งมาจนได้ในที่สุดค่ะ 




หลังจากนั้นชีวิตดีขึ้นทันที พิซซ่าสุตรเดียวกัน แต่รสชาติดีขึ้นมากๆ เชียวล่ะ

หน้าตาเหมือนที่ร้าน เผลอๆ อรอ่ยกว่าบางร้านเสียอีกน้าา 

ชีสละลายกำลังดี ไม่เจิ่งนอง ^^



เพราะฉะนั้นอย่ารอช้าน้า ใครชอบพิซซ่าทำเองที่บ้านมากๆ ควรมีไว้ในครอบครองค่ะ

โม้มาเพลินเลย มาดูสูตรขนมปังฟอคคาเชียหน้าพิซซ่าของแก้มกันดีกว่าค่ะ

ก่อนอื่นลงมือผสมแป้งกันก่อนเลยจ้ะ

แป้งขนมปัง  500  กรัม

แอ็คทีฟดรายยีสต์   7  กรัม

น้ำตาลทราย  5  กรัม

เกลือทะเล  10  กรัม

น้ำอุ่น  290  มล.

น้ำมันมะกอกอย่างดี  80  มล.

นำทุกอย่างผสมรวมกันแล้วใช้เครื่องหรือมือนวดโดว์จนเนียนนุ่มมือค่ะ

เสร็จแล้วพักไว้ในอ่างหรือชามแก้วขนาดใหญ่ คลุมด้วยพลาสติกแร็ปแล้ว

แช่ตู้เย็นทิ้งไว้ 1 คืนค่ะ

สำหรับซอสมะเขือเทศ

น้ำมันมะกอก 1 ชต.

กระเทียม 2 กลีบ

ซอสมะเขือเทศเข้มข้น 400 มล. 

น้ำตาลทราย 1 ชต.

เกลือ 1/4 ชช.

ออริกาโนตามชอบ

ใส่ทุกอย่างรวมกันบนหม้อ เคี่ยวประมาณ 5- 8 นาที 

พักไว้ให้เย็นก่อนใช้ค่ะ 

สำหรับหน้าไส้กรอกและเห็ด

น้ำมันมะกอก 1 ชต.

กระเทียมสับ 2-3 กลีบ

ใบพาร์สลีย์สับ  1  กำมือ

ไส้กรอกอิตาเลียน 3 อัน

เห็ด 250 กรัม

เกลือ / พริกไทย

ผัดกระเทียมกับพาร์สลีย์กับน้ำมันมะกอก

พอเริ่มโชยกลิ่นหอม ใส่ไส้กรอกอิตาเลียนบิเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไป

ผัดพอสุก ใส่เห็ด ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย 

เคล้าให้เข้ากันแล้วปิดไฟยกลงค่ะ 



เช้าวันถัดมาก่อนเริ่มจะเกลี่ยโดว์ลงถาด

ให้เริ่มวอร์มเตาอบพร้อมหินอบพิซซ่า 

ควรวอร์มก่อนประมาณ 1 ชม.

ให้อุณหภูมิที่เตาได้ 280 องศาเซลเซียส

ระหว่างนี้หินจะร้อนมากๆ ค่ะ
 
นำกระดาษพาร์ชเม้นต์ปูลงบนถาด ใส่น้ำมันมะกอกไปประมาณ 1-2 ชต.

แล้วชะโลมให้ทั่วๆ ถาดค่ะ 

 เทโดว์ออกจากอ่าง ไม่ต้อ้งตบไล่ลมอะไรออกนะคะ

ค่อยๆใช้ปลายนิ้วของเราที่มีน้ำมันติดมือบางๆ เกลี่ยๆ ให้ทั่วถาดค่ะ

เสร็จแล้วก็พักไว้ให้โดว์ขึ้นอีกหน่อย ทิ้งไว้สัก 30 นาที - 1 ชม.
 

จากนั้นใช้ปลายนิ้วที่ชุ่มน้ำมัน เกลี่ยขนมปังออกไปให้เต็มๆ ถาดอีกครั้ง

แล้วใช้ปลายนิ้วกดลงไปที่โดว์ให้ทั่วๆ เว้นระยะห่างบ้างค่ะ

ทาซอสมะเขือเทศให้ทั่วๆ (แก้มใช้ไม่หมดนะคะ)

โรยมอซซาเรลล่าลงไปให้ทั่ว

 แก้มใช้ทั้งหมดประมาณ 3 ก้อนค่ะ ประมาณ 400 กรัม
 


 ตามด้วยหน้าไส้กรอกและเห็ดที่เตรียมไว้


 
ใช้ไม้พายตักพิซซ่าพร้อมกระดาษยกไปวางบนหินพิซซ่าในเตาอบอ่ะ

อบประมาณ 10-12 นาทีเท่านั้นค่ะ


เนื้อขนมปังนุ่มเหนียว ก้นสุกเหลืองดี หน้าไม่ไหม้จนเกินไป



 ดูเนื้อขนมปังใกล้ๆ น้า



อร่อยๆ นะคะ




 

Friday, April 10, 2015

Lemon fantasy tart - What i dream for!

มาแล้วจ้า ตามสัญญา ต่อเนื่องจากบล็อกที่แล้ว แก้มทำ

มาเดอลีนเลม่อนไว้สองขนาดเลยค่ะ

ส่วนเจ้าขนาดเล็กที่แก้มทำ แก้มมีแผนมาฟีดเจอริ่งกับ

เลม่อนแฟนตาซีทาร์ตของแก้มนั่นเอง


 
มาดูส่วนประกอบกันเลยนะคะ ว่าเจ้าทาร์ตน้อยๆ ชิ้นนี้

มีอะไรซ่อนอยู่บ้างเอ่ย

 Sweet tart dough,

 Lemon cream,  Earl greay tea jelly ,

Cream cheese chantilly cream , Meringue

 , white chocolate disc, fresh strawberry และก็

มาเดอลีนเลม่อนค่ะ

เรามาเริ่มลงมาทำกันเลยนะคะ ส่วนประกอบมันอาจจะดูเยอะค่ะ

แต่ถ้าทำเป็นขั้นตอนก็ไม่ได้มีอะไรยากจ้ะ 

แก้มก็ทำไปเอื่อยไป เลี้ยงลูกไป ไม่ได้ทำเสร็จในวันเดียว

แบบที่เห็นกันล่ะจ้า 5555

เตรียม  Sweet tart dough,

สูตรนี้แก้มใช้สูตรจากหนังสือ  Tartine ค่ะ 

เนยสดอุณหภูมห้อง 125  กรัม

น้ำตาลทราย 100 กรัม

เกลือปลายนิ้ว

ไข่ไก่ฟองใหญ่ 1 ฟอง

วานิลลา 1/2 ชช.

แป้งสาลีอเนกประสงค์ 250 กรัม

สูตรนี้สามารถทำแป้งทาร์ตได้ถึง 12 ชิ้นเลยค่ะ

วิธีทำ 

ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ พักไว้

ตีเนยกับน้ำตาลทรายและเกลือด้วยความเร็วปานกลางประมาณ 2 นาทีค่ะ 

ใส่วานิลลาลงไปตามด้วยไข่ไก่

ตีด้วยสปีดสูงให้เนยและไข่เข้ากันดี

จากนั้นใส่แป้งที่ร่อนแล้วลงไปทั้งหมด




ใช้ไม้พายสับๆ เนยกับแป้งให้เข้ากัน (ไม่นวดแป้ง)

สับๆ พับๆ ปาดๆ จนส่วนผสมพอจับตัวกันเป็นก้อนค่ะ

จากนั้นแก้มแบ่งแป้งเป็นสองส่วน

นำมารีดลงบนกระดาษพาร์ชเม้นต์พับประกบหน้าหลัง

ก็จะได้แผ่นแป้งสองชิ้นนะคะ จากนั้นแก้มนำไปแช่เย็น พักไว้ก่อนใช้

งานจริงประมาณ 2 ชม.ค่ะ

เมื่อพักแป้งครบกำหนดเวลาแล้ว ก็มากรุแป้งใส่พิมพ์

หลังจากนั้นก็นำแป้งที่กรุไว้แช่เย็นพักไว้ เราไปเตรียมส่วนอื่นกันค่ะ

 
มาเตรียม Earl grey tea jelly กันต่อค่ะ

สูตร

ชาเอิร์ลเกรย์ทไวนิ่ง 1 ซอง

น้ำร้อน  200  มล.

น้ำตาลทราย  15  กรัม

เจลาติน  2 แผ่น (สั้น)

นำเจลาตินแช่น้ำเย็นพักไว้ 10 นาทีค่ะ

จากนั้นก็นำน้ำร้อนเทใส่แก้วที่เราหย่อนถุงชาลงไป

พักไว้ 3 นาที เติมน้ำตาลลงไป ใช้ช้อนคนให้น้ำตาลละลาย

จากนั้นใส่เจลาตินที่แช่น้ำจนนิ่มแล้วลงไป

ใส่ลงไปในถ้วยชาแล้วชงผสมให้เจลาตินละลายเข้ากันดีค่ะ

เทน้ำชาลงไปในพิมพ์ จะใช้พิมพ์กลมหรือเหลียมก็ได้นะคะ 

ขนาดประมาณ 12 ซม.ค่ะ

จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็นพักไว้ จนกว่าเจลลีจะเซ็ทตัว จึงค่อย

ตัดนำมาใช้ค่ะ

 
ในระหว่างที่เตรียมเลมอนครีม ก็ให้นำแป้งทาร์ตที่กรุไว้ มาอบให้สุกค่ะ

อบด้วยไฟบน-ล่าง 180°c ประมาณ 15 นาที และลดไฟลงเหลือ 150 ° c

อบต่อไปจนแป้งทาร์ตเป็นสีเหลืองทองค่ะ (ไม่ไหม้น้า) ประมาณ 20 นาที

แต่จะให้ดีให้ลองสังเกตดูค่ะ

มาเตรียมเลมอนครีมกันต่อน้า

สูตรจากตาร์ติเน่เช่นเคยค่ะ

แก้มทำเต็มสูตรของเค้านะคะ ไม่ได้ลดทอนสูตรเลย เพราะจะ

นำเลมอนครีมไปทำขนมต่อจ้า

ใครอยากทำขนมเพียงแค่ 6 ชิ้น แนะนำให้ทอนสูตรเหลือ

เพียงครึ่งเดียว ทั้งตัวแป้งทาร์ตและตัวเลม่อนครีมที่แก้มลงไว้ให้นะคะ

น้ำเลมอน  155 มล.

ไข่ไก่ 3 ฟอง

ไข่แดง 1 ฟอง

น้ำตาลทราย  170 กรัม

เกลือปลายนิ้ว

ผิวเลมอนขูด 1 ลูก

เนยสดอุณหภูมิห้อง  225  กรัม

นำผิวเลมอนที่ขูดไว้ มาถูๆ ขยี้ๆ กับน้ำตาลทรายค่ะ

ขั้นตอนนี้หอมมากๆ ทำไปดมไป เพลิดเพลิน

เมื่อถูๆ กับน้ำตาลทรายแล้ว น้ำตาลจะดูเปียกๆ หนอ่ยนะคะ

ตีไข่ไก่กับน้ำตาลทราย/เกลือ/ให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ  

ใส่น้ำเลมอนลงไป คนผสมให้เข้ากันดี


 

จากนั้นนำส่วนผสมขึ้นไปคนบนหม้อน้ำร้อนค่ะ

คนจนไข่สุก จากสถานะของเหลวเป็นน้ำจะข้นขึ้นและเป็นครีมค่ะ

เสร็จแล้วยกลงจากหม้อน้ำร้อนนำมาแช่ในอ่างน้ำเย็นและหมั่นคนให้

อุณหภูมิลดลงค่ะ คนไปจนเลม่อนเคิร์ดของเราอุ่นๆ ไม่ร้อนมาก

ก็ใส่ค่อยๆ ใส่เนยตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไป จากนี้ให้ใช้เบลนเดอร์ปั่นค่ะ

ทำไปจนเนยหมด ครีมเลม่อนของเราก็จะข้น เป็นสีเหลืองนวล




ระหว่างนี้แป้งทาร์ตที่เราอบไว้ก็คงสุกพอดี

ก็จัดการเทเลมอนครีมของเราลงไปในทาร์ตได้เลยจ้า

จากนั้นนำขนมของเราไปพักในตู้เย็นไว้ก่อนค่ะ

ให้เลมอนครีมเซ็ทตัวก่อนนะคะ ประมาณ 2-4 ชม.

จากนั้นเตรียม cream cheese chantilly cream

ครีมชีส  50  กรัม

วิปปิงครีม 100 กรัม

น้ำตาลทราย 15 กรัม

นำทุกอย่างใส่โถตีรวมกัน ตีจนตั้งยอดค่ะ 

นำเลมอนครีมที่พักไว้ออกมา

ตัดเจลลีชาเอิร์ลเกรย์วางลงบนเลม่อนครีมตรงกลาง

วางสตอเบอร์รี่ลงไป 1 ลูก (ขนาดกำลังดีไม่ใหญ่จนเกินไป)

บีบครีมชีสชองทิลยีลงบนสตอเบอร์รี่ค่ะ  

นำไปพักไว้ในตู้เย็นก่อนค่ะ

จากนี้ไปเตรียมทำเมอร์แรงกันต่อ


เตรียมเมอร์แรง

ไข่ขาว 35  กรัม

น้ำตาลทราย  75  กรัม

น้ำ 10 กรัม


นำน้ำและน้ำตาลทรายใส่โถขนาดย่อมขึ้นตั้งไฟ

ต้มให้เดือดที่อุณหภูมิ 118 °C

เมื่อน้ำเชื่อมเดือดที่อุณหภูมิ 115 °C  ให้เริ่มตีไข่ขาวจนได้ยอดอ่อน

และเมื่อน้ำเชื่อมเดือดได้ที่ 118 °C  ค่อยๆ รินน้ำเชื่อมใส่ลงไปในโถเมอร์แรงค์

พร้อมกับตีไปด้วย (ลดความเร็วในการตีลงเป็นสปีดต่ำสุด)

เมื่อน้ำเชื่อมหมด เปลี่ยนความเร็วในการตีเป็นสปีดสูงสุดตีจนเมอร์แรงก์เย็นตัว

และตั้งยอดแข็งค่ะ


นำเมอร์แรงก์ที่ได้ใส่ถุงบีบครีม

ใช้หัวบีบกลมธรรมดาค่ะ บีบรอบๆ

ตามภาพเลยค่ะ

จากนั้นใช้ทอร์ชเผาเมอร์แรงก์รอบๆ

ระวังอย่าไปพ่นไฟโดนตรงกลางค่ะ

ครีมละลายน้า^^

ตกแต่งด้วยแผ่นไวค์ช็อคโกแลตดิส

บีบครีมลงด้านบนของแผ่นช็อกโกตแลตนิดนึง

ตกแต่งด้วยสตอเบอร์รี่และก็มินิมาเดอลีนเลมอนของเราลงไปค่ะ

จากนั้นนำขนมของเราไปพักผ่อนในตู้เย็นก่อนเสิร์ฟเลยจ้า


พอทำขนมเสร็จ ก็รู็สึกชื่นใจหายเหนื่อย

นี่มันนานและยาวนานมากๆ ที่แก้มไม่ได้ลงมือทำอะไรซับซ้อนขนาดนี้เลย

รู็สึกว่าจะดี๊ด๊าแล้วก็รู็สึกว่า ชีวิตฉันกลับมาแล้ว 555


ขนมชิ้นนี้ไม่ได้เพอร์เฟคยังคงมีข้อผิดพลาดไปบ้างค่ะ

แต่จะเก็บไว้แก้ตัวในคราต่อไป


ไม่แน่ใจว่าจะได้ตัดมาให้ดูมั้ย

แก้มตั้งใจว่าจะเอาไปฝากเพื่อนสาวปาริเซียงแก้มคนนึง

เธอชอบเลมอนทาร์ตมากๆ 


เลม่อนครีมแก้มยังเหลืออีกครึ่งนึงเลยค่ะ ต้องไปคิดเมนูต่อไปสินะ 555



อร่อยๆ นะคะ


Wednesday, April 8, 2015

Madeleines Aux Zestes De Citron - เลมอนมาเดอลีนอร่อยๆ มาแล้วจ้า

วันนี้ชวนมาทำขนมมาเดอลีนหม่ำกันจ้ะ พอดีแก้มมี
เลม่อนที่บ้านเยอะเลย แล้วก็เพิ่งซื้อหนังสือเล่มใหม่มาด้วย
ของ Claire Heitzler
 อ่านไปอ่านมา พลิกไปพลิกมาเจอมาเดอลีนเข้า
ไม่รอช้าวิ่งเข้าครัวกันดีกว่าเน้อ


 จะว่าไปในหนังสือเล่มนี้มีอีกหลายสูตรน่าลองค่ะ แต่ขออุ่นเครื่องกันด้วย
สูตรนี้สูตรแรกนะคะ

สูตรมาเดอลีนเลมอน

ไข่ไก่ 2 ฟอง

น้ำตาลทราย 80 กรัม

นมสด 40 กรัม

น้ำผึ้ง 20 กรัม

แป้งเค้ก  130  กรัม

ผงฟู  6  กรัม

เนยสด  130  กรัม

ผิวเลมอนขูด  1/2 ลูกค่ะ

เกลือปลายนิ้ว

วิธีทำ 

ร่อนแป้ง ผงฟู เข้าด้วยกันพักไว้ค่ะ
ตีไข่กับน้ำตาลทรายด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 12-15 นาที

จนไข่ขึ้นฟู (ฟูเหมือนตีสปองค์เค้ก)

ใส่แป้งที่ร่อนแล้วลงไป ตะล่อมเบาๆ ให้เข้ากันด้วยพายยางค่ะ


ใส่ผิวเลมอนขูดลงไป 
 นำนมสดและน้ำผึ้งขึ้นตั้งไฟให้ร้อนประมาณ 60 องศาเซียส

ปิดไฟยกลง ใส่เนยสดอุณหภูมิห้องลงไป

คนให้เข้ากันให้เนยละลายค่ะ

ตะล่อมแป้งและของเหลวให้เข้ากันดี

เสร็จแล้วเอาพลาสติกแล็ปคลุมภาชนะไว้ นำเข้าตู้เย็น

พักไว้ 1 คืนค่ะ

ก่อนอบให้นำพิมพ์มาเดอลีนทาด้วยเนยสดและเคาะด้วยแป้งบางๆ 

ให้ทั่วพิมพ์ค่ะ ขั้นตอนนี้ห้ามละเลยนะคะ

ไม่งั้นแกะขนมไม่ออกไม่รู้ด้วยน้า ^^ 

วอร์มเตาอบที่ 180°c  เปิดทั้งไฟบนและล่างค่ะ


แก้มใช้ทั้งพิมพ์ไซส์มาตรฐานแล้วก็มินิมาเดอลีนค่ะ

ได้พอดีอย่างละหนึ่งถาดจ้ะ

นำแบทเทอร์ที่พักไว้ในตู้เย็นออกมาค่ะ

แล้วใช้พายยางตะล่อมนิดนึงให้แบทเทอร์เนียนขึ้นหน่อยค่ะ

เสร็จแล้วตักใส่ถุงบีบใส่พิมพ์

สำหรับพิมพ์เล็กแก้มอบ 8 นาทีค่ะ

สำหรับพิมพ์ใหญ่ อบ 12 นาทีจ้า

ชอบมาเดอลีนตอนเพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ที่สุดเลยจ้า ขอบมันกรอบ หอมอร่อย



อร่อยๆ นะคะ