Saturday, April 19, 2014

No bake - Dark chocolate mousse cake

มาแล้วๆ จ้า หลังจากหม่ำอีสเตอร์เสร็จ ก็อยากจะนอนขึ้นมาทันที

เพราะว่าวันนี้ง่วนๆ อยู่ในครัวทั้งวัน  

ก่อนไปขอสะสางเมนูนี้ก่อนน้า ไม่รู้ว่าคนขอสูตรต้องใช้เค้กนี้วันไหน

แต่แก้มจะไม่อยู่บ้านหนึ่งอาทิตย์ กลัวไม่ทัน



เมนูนี้ไม่มีเตาอบก็ทำได้จ้ะ เราใช้ฐานเป็นแครกเกอร์บิสกิตครัสต์ 

เพราะฉะนั้นเลือกยี่ห้อที่ชื่นชอบได้เลยจ้ะ หรือจะใช้โอริโอ้ก็ได้น้า

แก้มพยายามทำสูตรนี้ให้ไม่ยุ่งยากและไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะแยะมากมาย

เพราะเพื่อนสมาชิกที่ขอสูตรมา ไม่มีอุปกรณ์ทำขนมค่ะ

ก็สิ่งที่ต้องหาซื้อก็คือ พิมพ์มูสริง ขนาด 16 ซม. ,พายยางหนึ่งอัน

กับตะกร้อมือจ้ะ

นอกนั้นพวก ชามหรือโถ ก็น่าจะหาที่บ้านได้เนอะ ^^



สูตร  
โอริโอ้หรือบิสกิตที่เราชอบ  60  กรัม

เนยสดละลาย  30 กรัม

สำหรับดาร์คช็อคโกแลตมูส 


ไข่แดง 30 กรัม

น้ำตาลทราย 30 กรัม

นมสด  100 มล.

ดาร์คช็อคโกแลต 150  กรัม

วิปปิงครีม 200 มล. 

สำหรับดาร์คช็อคโกแลตกานาซ

ดาร์คช็อคโกแลต  100  กรัม

วิปปิงครีม 95 มล. 
วิธีทำ 

นำแคร็กเกอร์ มาทุบๆ ให้ละเอียด แก้มทุบแบบไม่ละเอียดมากนักนะคะ 
อยากให้พอมีเป็นชิ้นๆ หลงอยู่บ้านนิดนึง 

นำเนยสดมาละลาย เสร็จแล้วเทใส่ลงไปในส่วนแคร็กเกอร์บด

ใช้ช้อนคนๆ ผสม เคล้าให้ทั่วกัน

เสร็จแล้วนำมาอัดใส่พิมพ์แล้วกดให้แน่นค่ะ

จากนั้นนำบิสกิตไปแช่เย็นพักไว้ค่ะ


ทำดาร์คช็อคโกแลตมูส

 บิช็อคโกแลต 150 กรัมเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ชามแก้วรอไว้ค่ะ

หรือ นำดาร์คช็อคโกแลตใส่ไมโครเวฟแล้วละลายพักไว้

นำนมสดใส่โถเล็กๆ นำขึ้นตั้งไฟให้ร้อนแต่ไม่ต้องเดือด

ระหว่างนี้ใช้ตะกร้อมือตีไข่แดงกับน้ำตาลทรายให้ขึ้นฟูค่ะ

จากนั้นค่อยๆ รินนมร้อนใส่ลงไปทีละน้อย จนหมด

เทส่วนผสมกลับไปในโถแล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ

ใช้ตะกร้อมือหรือไม้พายคนไปเรื่อยๆ 

จนส่วนผสมข้นและสามารถเคลือบไม้พายได้แบบในภาพนะคะ



จากนั้นเทส่วนผสมที่ได้ลงไปในชามที่บิช็อคโกแลตไว้ในตอนต้น

 (หรือชามช็อคโกแลตที่ละลายไว้

ในตอนต้นในกรณีที่เลือกละลายช็อคในไมโครเวฟก่อน)

คนผสมให้เข้ากันดี

จากนั้นหันไปใช้ตะกร้อมือ ตีวิปปิงครีมจนข้น ตั้งยอดอ่อน

การตีวิปปิงครีมในที่อากาศร้อน ควรหล่อน้ำแข็งไว้ใต้ภาชนะด้วยนะคะ

จะช่วยทำให้วิปปิงครีมตีขึ้นฟูได้ดีค่ะ

ผสมวิปครีมที่ตีแล้วลงไปกับดาร์คช้อคที่ละลายไว้ค่ะ

คนส่วนผสมให้เข้ากันดีอีกครั้ง
 


จากนั้นเทใส่พิมพ์แล้วนำขนมของเราไปแช่ช่องฟรีสไว้จนขนมแข็งตัวค่ะ

ประมาณ 2-4 ชม.

ระหว่างนี้ให้เตรียมทำกานาซราดหน้าขนมค่ะ

บิดาร์คช็อคเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ชามแก้วพักไว้

นำวิปปิงครีมไปต้มให้ร้อน จากนั้นเทใส่ชามช็อคโกแลต

ใช้ไม้พายคนให้เข้ากันดีค่ะ

ต่อจากนั้นเราก็จะมาราดหน้าขนมกันนะคะ

นำขนมที่แช่ฟรีสไว้ออกจากตู้

จากนั้นใช้ไดร์เป่าผม เป่ารอบๆ พิมพ์ เพื่อถอดพิมพ์ออกจากขนม

นำไปวางบนตะแกรงค่ะ 

ราดกานาซที่ทำไว้ให้คลุมทั่วเค้ก 

จากนั้นยกเค้กไว้แช่เย็นพักไว้ในช่องปกติ (ไม่ใช่ช่องฟรีส)

ประมาณ 1 ชม.

ตกแต่งเค้กตามชอบ และตัดเสิร์ฟตามต้องการจ้า




มีดาร์คช็อคที่ละลายเป็นแผ่นทิ้งไว้เหลืออยู่นิดนึง เลยบิๆ มาแต่งเค้กไปค่ะ อิอิ




หวังว่าจะถูกปากและถูกใจน้า



อร่อยๆ จ้า


Friday, April 4, 2014

Trout fish cake with Mayonnaise sauce

หลายวันก่อนพี่แมทไปตกปลาค่ะ ได้ปลาเทร้าต์สดๆ กลับบ้านมาหนึ่งตัว

เลยจัดการทำทอดมันปลาเทร้าต์ ไม่รู้จะเรียกแบบนี้หรือเปล่านะ 

แต่ใส่มันฝรั่งและหัวหอมผสมๆ กับเนื้อปลา เสิร์ฟกับมายองเนสซอสจ้ะ

เนื่องจากน้องปลาตัวไม่ใหญ่มาก สูตรนี้จึงเป็นสูตรที่เล็กมาก 

ทำได้เพียงสามชิ้นที่อยู่ในจานค่ะ



ลูกหมูหม่ำหมดจานเลยนะ แม่ปลื้มมาก ไว้จะทำให้หม่ำๆ อีกน้า

ถ้าไม่มีปลาเทร้าต์จะเปลี่ยนเป็นเนื้อปลาแซลมอลก็ได้นะคะ

แก้มว่าน่าจะอรอ่ยเหมือนกันจ้ะ


สูตรคร่าวๆ 

ปลาเทร้าต์  1 ตัว  (ประมาณ  200- 250 กรัม)

มันฝรั่ง 1 หัวใหญ่ ประมาณ 150 กรัม

หัวหอมใหญ่  1/3 ลูก

ใบพาร์สลีย์ 1 กำมือเล็กๆ

กระเทียม 2-3 กลีบ

ใบโรสแมรี่  1-2 ก้าน

พริกไทย

เนยสด 

เลม่อน 1 ลูก

น้ำมันพืช

เกลือ

สำหรับมายองเนสซอส 

มายองเนสสำเร็จรูป

นมข้นหวานและน้ำมะนาว 

วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 180 °C  เปิดทั้งไฟบนและล่าง

นำปลาเทร้าต์ใส่ถาดที่รองด้วยกระดาษพาร์ชเม้นต์ 

(จะได้ง่ายต่อการทำความสะอาดค่ะ)

ใส่น้ำมันมะกอกลงไปนิดหน่อย พร้อมกับตัดเนยใส่ลงไปนิดนึงค่ะ

หั่นกระเทียมเป็นซีกๆ ยัดใส่ลงไปในท้องปลา 3-4 ชิ้น ที่เหลือ โรยในถาดค่ะ

โรยเกลือและพริกไทยให้ทั่ว 

ฝานเลม่อนยัดท้องปลา และวางที่ผิวปลา พร้อมกับบีบน้ำเลม่อน 1/2 ลูก

ใส่ลงไปในถาด

ตามด้วยโรสแมรี่ค่ะ

เมื่อเตาอบร้อนได้ที่ นำไปอบประมาณ 15 นาทีค่ะ 

(ถ้าปลาตัวใหญ่กว่านี้ก็เพิ่มระยะเวลาในการอบด้วยนะคะ)



เมื่อสุกแล้วก็ยกปลาออกจากเตา และพักไว้ให้เย็นจ้ะ


 ในช่วงที่ระหว่างเรารอปลาสุก ให้หันไปหั่นมันฝรั่งและต้มในน้ำให้นุ่มค่ะ

นำน้ำผสมเกลือลงไปพอประมาณ (พอประมาณที่จะให้มันฝรั่งเราซึมซับรสเค็มปะแล่มๆ)

ให้นึกถึงตอนเราต้มพาสต้านะคะ ใช้วิธีการเดียวกัน

 ใส่มั่นฝรั่งหั่นเต๋าใหญ่ๆ ลงไปค่ะ ต้มให้นิ่ม

เมื่อสุกแล้วเทน้ำออก ตักแต่มันฝรั่งขึ้นมา นำมาพักไว้จ้ะ

หั่นหอมใหญ่เป็นชิ้นเล็กๆ พร้อมกับซอยใบพาร์สลีย์ไว้ให้พร้อม

เมื่อปลาที่เราอบเย็นลง ก็หันไปแกะมาแต่เนื้อปลาค่ะ 

ในชามที่เห็นได้มาประมาณ 100-120 กรัมจ้ะ

นำเนยใส่กะทะพอให้ร้อน  ใส่หอมใหญ่ลงไป

ผัดให้นิ่ม ตามด้วยมันฝรั่ง เคล้าๆ ให้เข้ากัน 

ยีๆ มันฝรั่งให้ละเอียดเป็นบางส่วน ไม่ถึงกับละเอียดมากนะ
ยังคงชิ้นบางส่วนไว้ให้เป็นชิ้นๆ บ้างค่ะ

ตามด้วยใบพาร์สลีย์ เคล้าให้เข้ากัน





ตามด้วยเนื้อปลาแกะ

เคล้าให้เข้ากัน

(แก้มไม่ได้ใส่เกลือเพิ่มเติมนะคะ รสชาติรวมๆ 

อยูที่มันฝรั่งซึ่งเราก็ต้มกับน้ำเกลือไปแล้ว)

(รสชาติค่อนข้างเค็มประแล่มๆ อยู่ในตัวอยู่แล้วค่ะ)
เสร็จแล้วนำส่วนผสมที่ได้มาอัดใส่พิมพ์
นำไปแช่พักไว้ในตู้เย็นให้คลายร้อนก่อนนะคะ
แล้วถึงค่อยแกะออกจากพิมพ์ มาคลุกปังโกะ 
เกล็ดขนมปังแบบหยาบ



 ใส่น้ำมันพืชลงไปในกะทะ ประมาณ 1-2 ชต. ในกระทะเทฟล่อน

ใช้ไฟร้อนปานกลางค่อนไปทางอ่อนเท่านั้น ไม่เช่นนั้นทอดมันเราจะแตก

เนื่องจากส่วนผสมหลักๆ มีแค่เพียงมันฝรั่งและเนื้อปลา ^^,

 จี่ให้เหลืองสวยๆ ทั่วๆ กัน จ้ะ

เสร็จแล้วนำมาเสริ์ฟบนจานกับผักต้มสุกหรือจะผักสลัดก็ได้ค่ะ

ตามใจชอบ

สำหรับซอสมายองเนส

แก้มใช้ซอสมายองเนสสำเร็จรูปนะคะ 

นำมาเติมนมข้นหวานนิด และบีบมะนาวเพิ่มไปหน่อย คนๆ ผสมให้เข้ากันดี

แล้วก็ตักเสิร์ฟเคียงกันจ้ะ

มายองเนสที่นี่รสชาติจะแค่มันๆ มีรสเปรี้ยวนิดเดียวเท่ากัน

เลยต้องนำมาปรุงใหม่นิดนึงให้ถูกปากค่ะ ^^


 อร่อยๆ นะคะ ^^




Vanilla pound cake - เค้กเนยนุ่มๆ หอมๆ รับอรุณ

เมื่อวานอบคัพเค้กเนยค่ะ ถือโอกาสทำเบิ้ลสูตรแล้วก็เลยได้มาอีกหนึ่งโลฟ
 
อบไว้ให้ลูกหมู แม่หมู พ่อหมู  หม่ำกันตอนเช้าจ้ะ^^
 
 
 
 Vanilla Pound Cake

ใช้สูตรเดียวกับคัพเค้กเมื่อวานค่ะ
 
 เมื่อวานนนี้แก้มทำเบิ้ลสูตร ก็เลยได้คัพเค้ก 6 ถ้วย 
 
พร้อมกับบัทเทอร์เค้กอีก 1 โลฟ ขนาด 18 * 7 ซม.

สูตรจ้ะ
เนยสดอุณหภูมิห้อง  55  กรัม

น้ำตาลทราย  75  กรัม

เกลือ 1/8 ชช.

ไข่ไก่ฟองใหญ่ 1 ฟอง

แป้งเค้ก  90  กรัม

ผงฟู 1/2 ชช.

กลิ่นวานิลลา 1 ชช.

นมสด 60 มล.
 
 
วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 180 °C เปิดทั้งไฟบนและล่างพร้อมกันค่ะ

ร่อนแป้งและผงฟูสองครั้งพักไว้

หั่นเนยสดเป็นชิ้นเล็กๆ เทใส่โถตี 

ใช้เครื่องตีไข่ ตีด้วยความเร็วปานกลาง ให้เนยกระจายตัวทั่วกันประมาณ 3 นาที

จากนั้นค่อยๆ ใส่น้ำตาลทรายลงไปทีละน้อย ประมาณครั้งละ 1 ชต. ตีด้วยความเร็วสูง

ประมาณ 5 นาที  หรือสังเกตดูว่าเนยเริ่มฟูและมีสีเหลืองที่ค่อนข้างอ่อนลง

จากนั้นค่อยๆ ใส่ไข่ลงไปทีละน้อย (ประมาณ 1 ชต. ต่อครั้ง) ตีให้เนยและไข่

เข้ากันดีก่อนในแต่ละครั้งค่ะ แล้วจึงใส่ไข่ต่อไปเรื่อยๆ จนหมด

ไข่และเนยจะไม่แยกตัวจากกันนะคะ จะรวมกันเป็นครีม

ขั้นตอนนี้ก็อาจจะกินเวลานิดนึง ใจเย็นๆ ค่ะ อย่าเทไข่พรวดพราดลงไปเยอะๆ นะคะ
ถ้าไข่กับเนยแยกตัวกัน เนื้อเค้กที่ได้ จะไม่เนียนละเอียดนะคะ
 
 
 
 
จากนั้นให้แบ่งแป้งเป็นสี่ส่วนเท่าๆ กัน (กะเอาด้วยสายตานะ)

และนมแบ่งเป็นสามส่วนเท่าๆ กัน

เราจะผสมแป้งกับนม สลับกันค่ะ แต่จะจบลงที่แป้ง

ใส่แป้งที่ร่อนแล้วลงไป 1 ส่วน ใช้ตะกร้อมือคนพอเข้ากัน ตามด้วยนม 1 ส่วนค่ะ

ทำสลับกันไปจนหมดและจบลงที่แป้ง 

ตักแบทเทอร์ใส่พิมพ์โลฟที่รองด้วยกระดาษพาร์ชเม้นต์เรียบร้อย

ปาดให้เสมอขอบและทำให้เป็นแอ่งตรงกลาง

จากนั้นเอามีดจุ่มหรือเช็ดด้วยเนยสดบางๆ กรีดตรงกลางแบทเทอร์ให้เป็นรอย
 
เพื่อที่เมื่อตอนเค้กสุกได้ที่ เค้กเนยของเราจะได้แตกตามรอยที่เรากรีดไว้นะคะ
 


อบด้วยไฟบนและล่าง 180 องศาเซลเซียสประมาณ 40 นาที หรือเช็คด้วยด้วยการนำ
 
ไม้จิ้มฟันจิ้มลงไป ถ้าไม่มีเศษเค้กติดขึ้นมา ก็แสดงว่าใช้ได้แล้วจ้ะ
 
สุกแล้วพักไว้ให้เย็นบนตะแกรง เมื่อเย็นแล้วนำฟอยส์มาห่อให้มิดชิด
 
ทิ้งไว้ก่อนตัดเสิร์ฟ 1 คืนค่ะ
 
 
เช้ามาอีกวัน ผิวหน้าขนมจะนุ่มขึ้นไม่แห้งแข็งเหมือนตอนแรกที่
 
เราเพิ่งจะอบเสร็จจ้ะ
 

 
 
อร่อยๆ นะคะ ^^