Chicken Farm Baker's Project #14: Green Tea Signature Sweets - Matcha crème caramel



ครีมคาราเมลรสบ๊วยมาแล้วจ้า ตอนแรกว่าจะโพสต์ตอนเย็นๆ แต่มัวแต่นั่งดูหนังเพลิน
จนในที่สุดก็บ๊วยจนได้สิเรา ป่านนี้โฮสเพื่อนเจี๊ยบงอนตุ๊บป่องๆ ไปแล้วมั้งเนี่ย
แต่เอาชาเขียวมาเสิร์ฟเจี๊ยบคงหายงอน (เห็นแก่กิน) อิ อิ ล้อเล่นนะจ๊ะ

โจทย์ของเจี๊ยบรอบนี้คือให้ครีเอทขนมที่มีชาเขียวให้เป็น Signature ของร้าน
ใครผ่านไปผ่านมาอย่าลืมมาชิมครีมคาราเมลชาเขียวบ้านแก้มนะคะ^^


น่ากินมั้ยเอ่ย


มาลงมือกันเลยดีกว่าเนอะ


ส่วนผสม - สำหรับส่วนคาราเมล
น้ำตาลทราย 70 กรัม
น้ำ 1 ชต.

ส่วนผสม-สำหรับส่วนคัสตาร์ด

ไข่ไก่ 2 ฟอง
ไข่แดง 1 ฟอง
น้ำตาลทราย 50 กรัม
นมสด 280 มล.
ผงชาเขียวมัจฉะ 10 กรัม
กลิ่นวานิลลา 1/3 ชช.

วอร์มเตาอบที่ 150 °C

เตรียมทำส่วนคาราเมล นำน้ำตาลทรายและน้ำ 1 ชต. ขึ้นตั้งไฟอ่อนปานกลาง
จนน้ำตาลละลายเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอำพัน เทคาราเมลใส่พิมพ์ ขนาดจุ 150 มล.
สามถ้วยจ้า เสร็จแล้วพักส่วนนี้ไว้




ละลายผงชาเขียวกับนมสด แล้วนำขึ้นตั้งไฟให้ร้อนแต่ไม่เดือด
ถ้าผงชาเขียวจับตัวเป็นก้อนไม่ละลายก็ไม่ต้องตกใจค่ะ เรานำมา
กรองอีกครั้งหนึ่งได้


เมื่อนมร้อนได้ที่แล้วแต่ชาเขียวยังจับตัวละลายไม่หมด ก็นำมากรองค่ะ
จะได้ละลายได้ง่ายขึ้น


ตีไข่แดงกับน้ำตาลด้วยตะกร้อมือ (เบามือ) เหยาะกลิ่นวานิลลาใส่ลงไป


ค่อยๆ รินผสมส่วนนมชาเขียวลงไปทีละน้อย อีกมือหนึ่งคนส่วนผสมให้เข้ากันเบามือ


นำมากรองด้วยกระชอนอีกหนึ่งครั้ง เพื่อกรองเศษไข่ออก


เทใส่พิมพ์ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วเทน้ำร้อนลงไปในถาดให้ได้ 1/3 ส่วนของ
พิมพ์คาราเมลค่ะ

อบไฟ 150 °C ประมาณ 40-45 นาทีค่ะ เมื่อสุกแล้วพักไว้ให้เย็น
ในอุณหภูมิห้อง ก่อนนำไปแช่เย็น และควรแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ 4 ชม.ขึ้นไป
ถ้าจะให้ดีข้ามคืนเลยจะดีมากๆ ค่ะ อร่อยกว่าเดิมเยอะเลย (ถ้าไม่หมด
ไปเสียก่อนนะคะ)

ก่อนเสิร์ฟมาสะบัดน้ำตาลกันหน่อยค่ะ เพิ่มราคา ฮ่าๆๆ
แก้มใช้ตัวช่วยค่ะ เมื่อก่อนถ้าจะสะบัดน้ำตาลแก้มใช้ช้อนส้อมธรรมดา
นี่แหละค่ะ เพราะเห็นราคาอุปกรณ์งานน้ำตาลตัวนี้แล้ว ก็ต้องถอนหายใจ
อยากได้นะคะ แต่....แอบแพงไปหน่อยนึง พอดีเราต้องการเหล็กที่เป็นซี่ๆ
ในการสะบัด ช้อนส้อมก็ดี แต่ช้าหน่อย แก้มมีตะกร้อมืออยู่อันนึง ค่อนข้าง
เก่าและก็ซี่ลวดเสียทรงแล้วล่ะค่ะ ก็เลยเอาคีมตัด นำมาดัดแปลงใช้ได้เหมือนกันเนาะ


แก้มตัดเองได้สองซี่ค่ะ เหล็กมันแข็ง กรุณาใช้แรงงานคนข้างๆ นะคะ ไม่งั้นเจ็บมือแย่

สำหรับ spun sugar

น้ำตาลทราย 150 กรัม
น้ำ 50 กรัม
กลูโคส 15 กรัม

นำน้ำตาล น้ำและกลูโคสใส่หม้อรวมกัน ต้มให้เดือดจนได้อุณหภูมิที่ 168 °C
เสร็จแล้วให้นำหม้อที่ต้มหล่อน้ำเย็นทันทีค่ะ หรือจะเทถ่ายใส่ภาชนะอีกใบนึงก็ได้
ที่อุณหภูมิเท่านี้ น้ำตาลที่สะบัด ควรจะต้องออกมาเป็นเส้นสีขาวสวยๆ นะคะ
และด้วยความขี้เกียจของแก้ม (อีกแล้ว) ไม่ได้เปลี่ยนภาชนะ แถมไม่ได้หล่อ
น้ำเย็นอีกต่างหาก น้ำตาลก็เลยเพิ่มอุณหภูมิ เพราะำภาชนะเดิมมันร้อน ตอนแรกก็ขาว
อยู่หรอกค่ะ อิ อิ แต่เราต้องทิ้งไว้สัก 3-5 นาที ให้น้ำตาลเหนียวและเฟิร์มพอที่เรา
จะสะบัด ใช้ตะกร้อซี่ลวดจุ่มลงไปในภาชนะ ควรปูกระดาษพาร์ชเม้นต์ให้ทั่วๆ โต๊ะด้วยนะคะ
เสร็จแล้วก็สะบัด ยกมือสูงๆ ยิ่งดีค่ะ จะได้เป็นเส้นยาวสวยๆ ไม่ใช่สะบัดส่ายไปส่ายมานะคะ
ใช้ตะกร้อซี่ลวดจุ่มลงไปแล้วก็ยกมือขึ้นสูงๆ น้ำตาลก็จะเป็นเส้นยาวๆ ค่ะ แก้มสะบัดเหมือน
ทาสีบ้านอ่ะค่ะ ขึ้นลงๆ (อันนี้คงแล้วแต่คนถนัด ขอให้เป็นเส้นก็คงพอจ้า) ไม่มีท่าบังคับ


น้ำตาลแก้มเกือบขาวค่ะ (ถ้าทำตามคำแนะนำด้านบน) แต่ไม่ขาวก็ไม่ผิด
ก็สวยเหมือนกันเนาะ (เข้าข้างตัวเองสุดๆ) อิ อิ

ก่อนเสิร์ฟก็ใช้มีดกรีดรอบพิมพ์แล้วคว่ำลงในจานค่ะ ตกแต่งด้วยน้ำตาลที่เราทำ
มีแผ่นทองคำเปลวก็นำมาแต่งได้ค่ะ แก้มหาไม่เจอ ไม่รู้ไปซุกไว้ซอกไหน
ก็เลยแต่งด้วยราสป์เบอร์รี่แทน หรือไม่ต้องก็ได้จ้า


อร่อยๆ นะคะ


พรุ่งนี้ค่อยแวะมาเติมลิ้งค์นะคะ รูปน้องมะลิด้วย ตอนนี้ตีหนึ่งกว่าแล้ว
จะสลบคาจอแล้วจ้า ไปนอนก่อนนะคะ จุ๊บๆ


6 comments :

  1. Wow. You are so creative and excellent baker, very talent also. Did you go to bakery school ? I'm so impressed.

    ReplyDelete
  2. Thank you so much for a lovely comment, i didn't go to bakery school, just learning by doing :)

    ReplyDelete
  3. สวยมากเลยพี่แก้ม ^^

    ชอบน้ำตาลอะ สวยจิงๆ

    ReplyDelete
  4. น้องเกรียงไกร ขอบใจมากๆ เลยจ้า อิ อิ

    ReplyDelete
  5. ขอบคุณมากเลยนะคะสำหรับสูตรสปันชูก้า อยากจะบอกว่าแอบทำยากเหมือนกันค่ะ พี่เก่งจัง

    ReplyDelete
  6. Sweet_Moo_Ming - ต้องทำบ่อยๆ จ้า แล้วจะค่อยๆ ชำนาญขึ้นเองค่ะ

    ReplyDelete

Bake with heart

- DESIGNED BY ECLAIR DESIGNS -